13 มิถุนายน 2549

                 วันสุดท้ายของการหยุดยาว ถนนในกรุงเทพฯช่วงบ่ายเต็มไปด้วยอากาศที่ไร้ตดเหม็นๆของรถยนต์ เป็นภาพที่หาดูได้ยาก ผู้คนกำลังเฉลิมฉลองให้ราชาผู้ทรงเป็นที่รักของพวกเขา ผมรอรถเมล์หลังจากเลิกเรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศสที่ป้ายรถเมล์ที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษที่เปลี่ยนสภาพมาจากโฆษณาสินเชื่อและบัตรเครดิตปลิวว่อน เมื่อผมอยู่ในรถ ผมพบผู้คนที่อาจจะดูมากมายในสายตาของคนชนบทแต่อาจจะดูบางตาในสายตาคนเมือง

                ผมบ่นกับตัวเองว่าการพบเจอกับคนๆหนึ่งบนรถประจำทางของเมืองที่มีประชากรกว่า10ล้านคนในวันที่ผู้คนไม่อยากออกไปไหนเป็นเรื่องบังเอิญแค่ไหน ถ้าเป็นไปได้ผมอยากเจอคนที่เป็นให้ความสุขแก่เขา และเขาก็ให้ความสุขแก่ผมได้เช่นกัน แต่เมื่อไหร่ล่ะที่คนๆนั้นจะเดินเส้นทางสายชีวิตของเขามาตัดกับเส้นทางของผม ยิ่งในเมืองที่ผู้คนต่างคนต่างอยู่ การพูดคุยกับคนแปลกหน้าเป็นเรื่องที่ประหลาดและไม่น่าไว้วางใจในบางกอกมหานครแห่งนี้

           “จตุจักรค่ะ…” เสียงของพนักงานเก็บค่าโดยสารหญิงผิวคล้ำหัวเกรียนประกาศชื่อของสถานที่ที่ผมต้องลงเพื่อเปลี่ยนสายรถเพื่อไปที่จุดหมายของผม ผมลงจากรถ ภาพที่ผมเห็นในขณะนั้นทำให้ผมนึกในใจว่า “จตุจักรเงียบ…” วันอังคารที่ต่อเนื่องจากการหยุดยาวแบบนี้ พ่อค้า แม่ค้า คงไม่อยากมาตั้งร้านขายของหรอก นักท่องเที่ยวก็ไม่มีเหมือนวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีตลาดนัด…

              ผมรอรถเมล์สายต่อไป ใจลอย ได้ยินเสียงของคนอื่นที่อยู่บริเวณนั้นบ้าง มีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ผมไม่รู้หรอกว่าเขามาทำอะไรที่จตุจักรวันอังคารที่หยุดยาว และไม่อยากรู้เหตุผลของพวกเขาด้วย ถึงแม้ว่าทุกอย่างมีเหตุผลแต่เหตุผลในบางเรื่องรู้ไปก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของผมมีความสุขขึ้น ทำตัวเองให้ดีไปเหอะอย่าเสือกเรื่องของคนอื่น นี่เป็นบรรทัดฐานในชีวิตของคนเมืองเต็มรูปแบบอย่างผม คนเมืองที่มีชีวิตรีบเร่ง ต้องทำภารกิจของตนเอง ไม่คิดสอดเรื่องของชาวบ้าน ไม่มีความเห็นอกเห็นใจสำหรับผู้อื่น ทุกคนและทุกอย่างคือคู่แข่ง(ซึ่งผมถูกสอนให้ถือตัวเองเป็นคู่แข่งด้วยซิ “ต้องแข่งกับตัวเองตลอดเวลา” คำที่ผู้ใหญ่ชอบพูดใส่หูผม)

                ในขณะที่คิดเพลินๆไปเรื่อยผมก็ได้ยินเสียงเธอ เธอคนที่จะทำให้ผมพยายามที่จะจำเรื่องที่ผมได้พบเธอให้ได้ไปชั่วชีวิต…

                 เธอเป็นนักท่องเที่ยวครับ เห็นจากกระเป๋าใบใหญ่ที่อยู่บนหลังเธอผมก็ควรเดาออก และรู้จากหน้าตาด้วยว่าเธอเป็นคนจีน แต่ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงจีนลุยแบ็คแพ็คคนเดียวเลยแฮะ เลยไม่แน่ใจว่าเธอเป็นคนญี่ปุ่น ชาติที่นิยมการแบ็คแพ็คที่สุดในเอเชียหรือเปล่า ต่อไปนี้คือบทสนทนาระหว่างผมกับเธอซึ่งผมจินตนาการเป็นฉากภาพยนตร์ที่พระเอกกับนางเอกเจอกัน บรรยายไทยโดยไม่ใช้ทีมงานพันธมิตรแต่โดยทีมงานเซลล์สมองของไอ้เด็กน้อย

ศรวิษฐ์…

เธอ: Excuse me. Will the bus No.3 pass here? (ขอโทษค่ะรถเมล์สาย3จะผ่านป้ายนี้หรือเปล่า)

ผม: Yes, I’m waiting for it too. (ผ่านครับ ผมก็รอสาย3อยู่) Today is holiday, there are fewer buses. (วันนี้เป็นวันหยุดมีรถน้อย) Where are you going, Kao San Road? (คุณจะไปไหนครับ ถนนข้าวสารหรือเปล่า)

เธอ: Yes. Is there the other? (ใช่ค่ะ มีสายอื่นหรือเปล่า)

ผม: No.524 will get there also. (สาย524ก็ไปข้าวสารเหมือนกัน) Where are you from? (คุณมาจากไหนครับ)

เธอ: I’m from China. (ฉันมาจากเมืองจีน)

ผม: I can speak Chinese (ผมพูดภาษาจีนเป็นนะ)

เธอ: Really? (จริงเหรอ)

ผม: 真的,我会啊!(จริงซิ ผมพูดเป็น!)

แล้วรถสายสามก็มาถึง เราขึ้นจ่ายเงินแล้วคุยกันต่อ

ผม:我是华裔。(ผมเป็นพวกลูกหลานคนจีนโพ้นทะเล)

เธอ:哦(อ๋อ)

ผม:泰国好吗?(เมืองไทยดีมั้ยครับ)

เธอ:很好啊。很漂亮,人们友好! (ดีมากเลย สวยมากผู้คนก็เป็นมิตร)

ผม: 真的?你喜欢就好了。(จริงเหรอ ถ้าคุณชอบก็ดีแล้ว) 那你从哪个城市来?(แล้วคุณมาจากเมืองไหนล่ะ)

เธอ:我从北京来。(ฉันมาจากปักกิ่ง)

ผม:噢! 我去过了一次,去学汉语。我很喜欢北京。(โอ้ ผมเคยไปมาครั้งนึง ไปเรียกภาษาจีน ชอบมาก)

เธอ:你说得很好汉语,在学校上汉语课吗?(คุณพูดภาษาจีนเก่งมาก เรียนที่โรงเรียนหรอ)

ผม:不是,我的学校没有汉语课但是我在校外课学。(เปล่า ที่โรงเรียนของผมไม่มีวิชาภาษาจีนแต่ว่าผมเรียนพิเศษเอา) 除了北京,我还去过香港和广东省。(นอกจากปักกิ่งแล้วผมยังเคยไปฮ่องกงกับมณฑลกวางตุ้ง)

เธอ:香港特别好!(ฮ่องกงดีมากๆเลยแหละ)

ผม:我去过深圳和广州。(ผมเคยไปเซินเจิ้นกับกวางเจา)

เธอ:你学汉语是为什么?(คุณเรียนภาษาจีนเพราะอะไรหรอ)

ผม:是因为我爸爸在上海工作,但是现在他回来了。(เพราะพ่อผมไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้แต่ตอนนี้กลับมาแล้ว)

เธอ:上海是贸易城市。(เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองการค้า)

ผม:可是我还没有长大,没有做生意,所以我比较喜欢北京。(แต่ว่าผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่ ยังไม่ได้ทำธุรกิจ ผมเลยชอบปักกิ่งมากกว่า) เธอ:是的,北京是文化城市。(ใช่ปักกิ่งเป็นเมืองวัฒนธรรม)

ผม:对,北京有比较多中国的文化。(ใช่แล้ว ปักกิ่งมีวัฒนธรรมจีนมากกว่า)

เธอ: 你做什么工作?(คุณทำงานอะไร)

ผม:我今年上高中三年级。(ปีนี้ผมขึ้นชั้นม.6)

เธอ:那你明年上大学了。(งั้นปีหน้าก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว) 想学什么?(อยากเรียนอะไรหรอ)

ผม:我想上文戏。 (ผมอยากเข้าอักษรศาสตร์) 我喜欢语言,我也会法语。(ผมชอบภาษา แล้วผมยังพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นด้วย) 我刚才从法语的校外课下课。(ผมเพิ่งกลับจากเรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส)你呢,来泰国了几天?(แล้วคุณมาเมืองไทยแล้วกี่วัน) เธอ: 我一个星期放假,来泰国之前,我去印度,来泰国了三天,明天就会北京了。(ฉันลาหยุด1สัปดาห์ ก่อนมาเมืองไทยฉันไปเที่ยวอินเดียมา มาเมืองไทยแล้ว3วัน พรุ่งนี้จะกลับปักกิ่ง)

ผม:今天我也放假,你知道吗?(วันนี้ผมก็หยุดคุณรู้หรือเปล่า) เธอ:知道。(รู้)

ผม:你真喜欢旅游,我也喜欢。我一个人去过了Pattaya。(คุณชอบท่องเที่ยวนะ ผมก็ชอบ ผมเคยไปพัทยาคนเดียว)

เธอ:真的吗?(จริงเหรอเนี่ย?)

ผม:我长大自己有钱后,我想去到处旅游。(พอผมโตขึ้นแล้วหาเงินเอง ผมจะไปเที่ยวทุกที่เลย)

เธอ:很好!(ดีมาก!)

ผม:在巴士站看见你的时候,第一次我不一定你是中国人。(ตอนแรกที่เห็นคุณที่ป้ายรถเมล์ผมไม่แน่ใจว่าคุณเป็นคนจีน)

เธอ:你以为我是日本人吗?(คุณคิดว่าฉันเป็นคนญี่ปุ่นหรอ)

ผม:我没看过中国人一个人旅游,他们常常有导游把旗子在前面。(ผมไม่เคยเห็นคนจีนเที่ยวคนเดียวมาก่อน ผมมักจะเห็นพวกเขามีมัคคุเทศก์ถือธงนำข้างหน้า)

เธอ:有少数中国人这么办…(มีคนจีนส่วนน้อยที่จะทำแบบนี้) ………………………………………………………………………………………………………….

                 ขอตัดบทสนทนาเถอะนะเขียนไม่ไหว(ขี้เกียจ) ผมไม่คิดเลยว่าผมกับเธอจะได้มีจุดตัดของชีวิตที่นานขนาดนี้ ตอนนั้น ตอนที่ผมต้องลากับเธอเพราะผมถึงจุดหมายแล้ว ผมได้แต่รู้สึกว่าทำไมเวลาผ่านไปเร็วเช่นนั้น ผมคิดว่าผมให้ความสุขและเธอให้ความสุขแก่ผม ตอนที่เราลากันผมพูดว่า“认识你很高兴”(ยินดีที่ได้รู้จักคุณ) รับจับมือกันแล้วเธอก็พูดว่า“好好学”(ตั้งใจเรียนล่ะ) ผมตอบกับไปว่า“一路平安”(ขอให้เดินทางปลอดภัย) เธอกล่าวขอบคุณ(谢谢)

                ผมเล่าเรื่องที่เจอเธอให้พ่อฟังหลังจากนั้น พ่อถามว่าทำไมไม่ขอเมล์เธอไว้จะได้ติดต่อเจอกันเวลาไปปักกิ่ง แต่ผมนึกถึงท่านพี่เอ๋ปรมาจารย์ผู้เขียน โตเกียวไม่มีขา ที่ผมชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ ที่เขียนทำนองว่าแค่ได้รู้จักกันมันก็ยอดเยี่ยมแล้ว ผมเห็นด้วย…เพราะความทรงจำจะมีคุณค่าก็เมื่อเราเก็บไว้ในใจ ชีวิตยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องพบเจอ เรื่องแบบนี้เก็บเอาไว้ดีกว่า ผมนึกถึงเจ้าชายน้อย… นึกถึงการลาจากที่ต้องมีความเจ็บปวด ยิ่งรักกันมาก รู้จักกันมากเวลาจากลาก็ยิ่งเจ็บ ผมคิดว่าเรารู้จักกันแค่นี้ดีกว่า เหตุผลน่ะเหรอ? อย่าไปรู้เลย…(รู้แล้วมีความสุขจริงๆหรอ)

This entry was posted in Travel. Bookmark the permalink.

4 則回應給 13 มิถุนายน 2549

  1. Err Adis 說:

    นี่โมนะ
    อยากให้เมนต์
    กรูก็เมนต์ให้แล้วนะ
    เหอๆ
     
    เหมือนที่กรูอ่านกัมพูชาพริบตาเดียว
    สิ่งที่พบในระหว่างทาง มันก็คือระหว่างทาง
    ปล่อยให้เป็นอะไรที่ผ่านมาในระหว่างทางแล้วกัน
     
    เขียนดีนะเมิง
    ถามหน่อย
    เมิงชอบสีแดงมากรึงายฟระ- -"

  2. KISANA 說:

    เขียนดีๆ น่าจะไปเขียนหนังสือขายนะเนี่ย พาสาจีนเทอเก่งมากๆ อ่า ม่ะไหวแร้ว รับข้าเป็นสิดน้อยด้วยเถอะ
    555+
    แนน จีน45 จ้า

  3. Spyboy007 說:

    สวัสดีครับพี่ sorn
      สบายดีเปล่า? จำได้มั้ย? น่าจะเขียนให้ยาวกว่านี้หน่อย ทำไงถึงจะพูดภาษาจีนเก่งเเบบพี่เนี่ย? อยากเรียนภาษาฝรั่งเศษเหมือนกันเเต่ที่ชลบุรีไม่มีที่ให้เรียน มาเที่ยวชลเมื่อไหร่ก็บอกด้วยตอนนี้เปลี่ยนเบอร์เเล้ว

  4. Charles 說:

    Hello! Pat, I surely can remember you! I trobled you a lot in China. Now, I am in Finland. I\’ll go back about next year July. What\’s your new phone number? Perhaps, I can chat with you in Chinses. Here, I cannot study Chinese, it can make me revision to talk to you. 你现在学了多少汉语? 努力学习!再见!

發表迴響

在下方填入你的資料或按右方圖示以社群網站登入:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / 變更 )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / 變更 )

Facebook照片

You are commenting using your Facebook account. Log Out / 變更 )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / 變更 )

連結到 %s